Home | About Us | Profiles
ความเป็นมาของสมาคมชาวฉะเชิงเทรา
จังหวัดฉะเชิงเทราหรือเมืองแปดริ้ว เป็นจังหวัดที่มีอาณาเขตติดต่อกับกรุงเทพมหานครดังนั้นลูกหลานชาวแปดริ้วจึงเข้ามาศึกษา และ ประกอบ อาชีพ เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นชาวแปดริ้วยังได้กระจายออกไปอยู่ทุกภาคส่วนของประเทศไทย ทั้งนักธุรกิจ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน เกษตรกร ตลอดจน นักเรียน นักศึกษา ซึ่งหลายท่าน ต่างก็ประสบความสำเร็จในชีวิตหน้าที่การงาน ดำรงตำแหน่งสำคัญระดับประเทศ และมีบทบาททางสังคมอย่างมากมาย นับเป็นการสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจในความเป็น “ชาวแปดริ้ว” หรือ “ลูกหลวงพ่อโสธร” ดังนั้น ชาวแปดริ้วจึงได้มีการรวมตัวกัน ตั้งสมาคมชาวฉะเชิงเทราขึ้นมา เพื่อเป็นการรวมกลุ่มชาวแปดริ้ว ที่อยู่ในทุกภาคส่วนของประเทศ ในการ ทำกิจกรรมทางสังคมอันเป็นการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ต่อเมืองแปดริ้วและประเทศชาติ

ประวัติสมาคม

เดิมชื่อ สมาคมชาวฉะเชิงเทราในกรุงเทพมหานคร จดทะเบียนก่อตั้งสมาคม เมื่อ วันที่ 23 มกราคม 2527
สำนักงานแห่งแรก  อยู่ที่ 664/47 ซอย 56 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางพลัด เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
สำนักงานสมาคม แห่งที่ 2  มหาวิทยาลัยศรีปทุม
สำนักงานสมาคม แห่งที่ 3  บริษัท พิพรพงษ์ จำกัด
สำนักงานสมาคม แห่งที่ 4  หมู่บ้านเมืองทองธานี

นายกสมาคม คนที่ 1  นายชูสง่า ฤทธิประศาสตร์  พ.ศ. 2527 - 2528
นายกสมาคม คนที่ 2  ดร.สุข พุคยาภรณ์  พ.ศ. 2529 - 2535
นายกสมาคม คนที่ 3  ดร.โกวิท วรพิพัฒน์   พ.ศ. 2536 - 2538
นายกสมาคม คนที่ 4  พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร  พ.ศ. 2539 - 2542
นายกสมาคม คนที่ 5  ศ.ดร.ศุภชัย พิศิษฐวานิช  พ.ศ. 2542 - 2547
นายกสมาคม คนที่ 6  พล.ต.อ. สมชาย วาณิชเสนี  พ.ศ. 2548 – ปัจจุบัน

พระพุทธโสธร รุ่น ทองประทาน

การจัดสร้างพระพุทธโสธร รุ่นทองประทานได้รับเมตตานุเคราะห์จาก พระเดชพระคุณพระพรหมสุธี รักษาการแทนเจ้าอาวาส วัดโสธร เจ้าคณะภาค 12 กรรมการมหาเถระสมาคม มอบมวลสารทองคำที่ปิดองค์หลวงพ่อมานานนับร้อยปี ซึ่งได้มีการบูรณะองค์หลวงพ่อ โสธรอย่างเป็นทางการ และพระพุทธโสธร รุ่น ทองประทาน ได้ประกอบพิธีอย่างยิ่งใหญ่ ถึง 3 วัน ภายในพระอุโบสถหลังใหม่ มีพระเถระ พระเกจิอาจารย์จากทั่วประเทศ รวมถึง พระลามะชั้นสูงจากทิเบต และคณะสงฆ์จีนฝ่ายมหายาน ประกอบพิธีมังคลาภิเษกสมโภชอย่างเข้มขลัง จนทำให้สมาคมชาวฉะเชิงเทรา ได้เงินจำนวน 120 ล้านบาท จึงได้นำรายได้ดังกล่าวมาดำเนินการตามวัตถุประสงค์ ซื้อตึกที่ทำการถาวร สมาคมชาวฉะเชิงเทรา เลขที่ 371 ถนนบอนสตรีท เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นอาคารสูง 8 ชั้น และได้ตั้งชื่อว่า “อาคารทองประทาน” เพื่อเป็นอนุสรณ์สืบต่อไป

นอกจากนี้ยังได้นำเงินจำนวนสามสิบล้านบาท ตั้งเป็นมูลนิธิทองประทานโดยพลตำรวจเอกสมชาย วานิชเสนี และคณะเพื่อการศึกษา ซึ่งจะได้นำ ดอกผลมาช่วยสนับสนุนด้านการศึกษาของเยาวชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา

เทวสถานอุทยานพระพิฆเนศ องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

และที่สำคัญ เพื่อเป็นการตอบแทนพี่น้องชาวแปดริ้ว คณะกรรมการสมาคมฯ จึงมีมติจะดำเนิน การจัดสร้าง “เทวสถานอุทยานพระพิฆเนศองค์ใหญ่ที่สุดในโลก” ความสูงกว่าสามสิบเมตรขึ้นบนริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงในพื้นที่อำเภอคลองเขื่อน เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จังหวัดฉะเชิงเทรา และของประเทศไทย เพราะพระพิฆเนศ เป็นมหาเทพสากลที่มีคนรู้จักทั่วโลก โดยเมื่อโครงการแล้วเสร็จคาดว่าจะมี ผู้มาท่องเที่ยวปีละหลายหมื่นคน ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวในระยะยาวและมีความยั่งยืน อันจะช่วยให้พี่น้องชาวแปดริ้วได้รับ อานิสงส์ในภาคส่วนการประกอบธุรกิจด้านต่างๆ อาทิ เช่น การขายพืชผลสินค้าการเกษตร ของฝาก ของที่ระลึก อาหารการกิน การคมนาคม การขนส่ง ก่อให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพแก่ประชาชน เป็นการขยายผลให้เกิดความเจริญในท้องถิ่นและเป็นการเผยแผ่ชื่อเสียงและของดี เมืองแปดริ้วให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้น ภายในบริเวณแท่นฐานองค์พระพิฆเนศ ยังเป็นสถานที่เก็บรวบรวม เกียรติประวัติของชาวแปดริ้วที่ได้สร้างคุณประโยชน์ แก่สังคมและประเทศชาติ เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณให้ปรากฏทั้งยังจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนลูกหลานเมืองแปดริ้วที่จะได้ดำเนินตามแบบอย่างของบุคคล ผู้นำคุณประโยชน์ต่อบ้านเมืองที่เป็นบรรพบุรุษ และที่สำคัญความภาคภูมิใจในถิ่นฐานบ้านเกิดแม้ว่า “น้ำจะแยกสาย ไผ่จะแยกกอ” แต่ “พวกแปดริ้ว” ทั้งหมดก็คือ “ลูกหลานของหลวงพ่อโสธร”